กายป่วยใจไม่ป่วย

คนที่กายป่วย แต่ใจสบาย หรือ ป่วยกาย แต่ใจไม่ป่วย คนที่รู้จักเปลี่ยนความเจ็บไข้ให้เป็นครูทางธรรม คือ ยอดคน

เราทุกคนที่นั่งอยู่ในห้องนี้ วันหนึ่งจะป่วยกาย ก็ขอให้เตือนตัวเองเอาไว้ด้วยว่า กายป่วย แต่ใจของเราจะไม่ป่วยหรือกายป่วยขึ้นมา ฉันจะเปลี่ยนให้เป็นเวลาของการปฏิบัติธรรม ด้วยท่าทีอย่างนี้ ความป่วยก็จะเป็นเรื่องธรรมดา ป่วยขึ้นมา ก็ได้ปัญญาเป็นกำไร ถ้าได้ปัญญามากๆ ก็จะพบสัจธรรมว่า
มีแต่ความป่วย แต่ไม่มีผู้ป่วย เมื่อไม่มีผู้ป่วย
ความป่วยก็ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป
ตายเป็นธรรมดา แก่ก็ธรรมดา เจ็บก็ธรรมดา สองเรื่องนี้คนไทยพอรับได้ แต่พอบอกว่าตายเป็นเรื่องธรรมดา มันชักยังไงไม่รู้ ไม่อยากจะยอมรับว่ามันธรรมดาเพราะนึกกลัว มีใครไม่กลัวตายไหม
ถ้าไม่กลัวตาย ในโลกนี้ไม่มีอะไรให้ต้องกลัวแล้ว
เคยมีนักธุรกิจคนหนึ่งมีเงินเป็นพันล้าน พอปี ๒๕๔๐ เมืองไทยประสบภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ นักธุรกิจคนนี้ล้มละลาย เขาก็เลยปลีกตัวออกจากแวดวงสังคมเลยรู้สึกว่าชีวิตพลิกผัน อยู่บนสวรรค์ดีๆ แล้วจู่ๆ ก็ตกลงมานรกกินไม่ได้นอนไม่หลับ กลายเป็นคนเคยรวย มีชีวิตเหมือนคนที่ตายไปแล้ว ลูกหลานต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
จนอยู่มาวันหนึ่งก็บ่นว่าอยากจะฆ่าตัวตาย พอเริ่มบ่นเริ่มเพ้อว่าจะฆ่าตัวตาย เท่านั้นแหละ ภรรยาและลูกหลานไม่ได้กินไม่ได้นอน เพราะกลัวสามี กลัวพ่อจะฆ่าตัวตาย เขาเริ่มไม่กินข้าว ไม่ดูแลตัวเอง ผมเผ้าไม่ตัด ทุกคนในครอบครัวเริ่มอยู่ไม่เป็นสุข วันหนึ่งเรื่องนี้ก็รู้ไปถึงเพื่อนร่วมงาน ซึ่งเคยเป็นนักธุรกิจใหญ่มาด้วยกัน เจ็บมาด้วยกัน เพื่อนคนนี้ก็เลยแวะมาคุยด้วย ระหว่างกินข้าวเพื่อนก็ถามว่า
“ฉันได้ข่าวว่าแกบ่นอยากฆ่าตัวตายใช่ไหม”
“ใช่” เขาตอบ
“ฉันถามหน่อยเถอะว่า ในโลกนี้แกว่าอะไรน่ากลัวที่สุด”
“ความตาย”
“แล้วแกอยากฆ่าตัวตายแสดงว่าแกไม่กลัวตายใช่ไหม”
“ใช่ ฉันไม่กลัวตาย”
“เฮ้ย! เพื่อน ถ้าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือความตาย แต่แกยังไม่กลัว แล้วเงินหายไปแค่นี้แกจะกลัวทำไม สิ่งที่มันหายไปคือเงินนะ แต่ความสามารถยังอยู่ในตัวแกครบทุกอย่างใช่ไหม”
“ใช่”
เพื่อนพูดแค่นี้แล้วก็ขับรถกลับบ้าน คืนนั้นก่อนเที่ยงคืน เจ้าเพื่อนที่คิดฆ่าตัวตายก็โทรศัพท์ไปหาเพื่อนแล้วบอกว่า
“ฉันขอบใจมาก ถ้าแกไม่มานะ ฉันคงเป็นศพไปแล้วในเร็วๆ นี้ แต่เพราะแกมาหา ฉันเลยรู้แล้วว่าชีวิตที่เหลืออยู่จะทำยังไง”
เขาก็ลุกขึ้นมาสู้ชีวิต ตัดเผ้าตัดผม กินข้าวกินปลา ปรับปรุงบุคลิกใหม่ ไปขอประนอมหนี้กับธนาคาร แล้วก็ผ่านวิกฤติมาได้ ทุกวันนี้กลับมารวยยิ่งกว่าเดิม ยังมีตัวมีตนในแวดวงสังคมอยู่ในเวลานี้ ถ้าอาตมาเอ่ยชื่อขึ้นมาทุกคนจะต้องรู้จักเขา เห็นไหมว่าที่สุดของความกลัวนั้นคือความกลัวตาย
ถ้าเราไม่กลัวตายแล้ว ในโลกนี้ก็ไม่มีอะไรให้ต้องกลัว แต่คนส่วนใหญ่จะทำใจยอมรับได้ไหมว่าความตายเป็นเรื่องธรรมดา คนส่วนมากรับไม่ได้ การที่เราไม่ยอมรับว่าความตายเป็นเรื่องธรรมดา เราจึงทำใจได้ยากลำบากมาก
ความรู้สึกเช่นนี้เกิดขึ้นมานานแล้วในมนุษยชาติ ซึ่งก็เป็นธรรมดาที่คนเราจะรักและหวงแหนชีวิต เป็นธรรมดาที่คนเราจะหวงแหนในสิ่งมีชีวิตที่ตนรู้สึกเป็นเจ้าของ คือลูกแก้วเมียขวัญ ตลอดถึงทรัพย์สมบัติที่เราทำมาหาได้ รวมถึงทุกสิ่งที่เคยครอบครอง พอรู้ว่าตัวเองจะตายแล้วต้องทิ้งสิ่งเหล่านี้ไปทั้งหมด ก็เลยกลัว แต่สังเกตให้ดีๆ บางทีที่กลัวๆ กันอยู่นั้น คนเราไม่ได้กลัวตายหรอก
แต่เรากลัวว่า เราจะพลัดพรากจากทุกสิ่งทุกอย่างไป จึงไม่ยอมตายง่ายๆ ดังนั้นการที่จะให้ทำใจยอมรับว่าความตายเป็นเรื่องธรรมดา จึงเป็นไปได้ยากสำหรับคนทั่วไป แต่ถ้าใครได้ศึกษาธรรมะ เขาก็จะยอมรับได้อย่างไม่ยากเย็นว่าความตายเป็นเรื่องธรรมดา
“ว.วชิรเมธี”
ความเห็น
  1. ด.ญ.กนกวรรณ พูดว่า:

    ได้ความรู้ดีค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s