คาร์ล แลนด์สไตเนอร์ ผู้ค้นพบระบบเลือด ABO

Posted: มิถุนายน 16, 2013 in ชีววิทยาม.5

ลือด ของเหลวชนิดหนึ่งในร่างกาย  ปัจจุบันได้มีการจัดจำแนกกรุ๊ปเลือดออกเป็นชนิดต่าง ๆ   หลายคนอาจเคยได้ยินการทำนายลักษณะนิสัยจากหมู่เลือด   การทำนายดวงชะตา  หรือการรับประทานจากตามกรุ๊ปเลือดกันมาบ้างแล้ว  แต่รู้หรือไม่คะว่า กรุ๊ปเลือดนี้คืออะไรและมีความสำคัญอย่างไร

กินตามกรุ๊ปเลือด

กรุ๊ปเลือดหรือหมู่เลือด  คือการแยกแยะเลือดออกเป็นหมวดหมู่ด้วยสารที่อยู่บนผิวของเซลล์เม็ดเลือดแดง  โดยการแบ่งกรุ๊ปเลือดที่รู้จักและเป็นที่นิยมมากที่สุดคือ ระบบ ABO (ABO system)  ซึ่งค้นพบเป็นครั้งแรกโดย  คาร์ล แลนด์สไตเนอร์  (Karl Landsteiner)   แพทย์ชาวออสเตรีย

  คาร์ล  แลนด์สไตเนอร์  เกิดเมือวันที่ 14 มิถุนายน ค.ศ.1868  ณ  กรุงเวียนนา  ประเทศออสเตรีย  เขามีความสนใจทางการแพทย์มาตั้งแต่เด็ก ๆ   จึงเข้าเรียนทางด้านแพทยศาสตร์จนสำเร็จการศึกษา   คาร์ลได้ทำงานทางด้านวิจัยและค้นคว้าทางการแพทย์เกี่ยวกับแบคทีเรียและพยาธิวิทยา และต่อมาจึงได้สนใจและทำการศึกษาเรื่องระบบภูมิคุ้มกัน

95f26/huch/1136/hf0623
Karl Landsteiner

ด้วยการแพทย์ในสมัยนั้นที่ยังไม่เจริญก้าวหน้า  ทำให้ยังไม่มีการแบ่งหมู่เลือดออกเป็นระบบอย่างชัดเจน  การให้เลือดแก่ผู้ป่วยในสมัยนั้นจึงมักประสบปัญหาเม็ดเลือดแดงแตกและเลือดของผู้ให้และผู้รับเกิดการตกตะกอน   ทำให้ผู้ป่วยมีอาการช็อก  คาร์ลได้สังเกตเห็นถึงปัญหานี้  จึงได้ทดลองนำเลือดของผู้ร่วมงานของเขาจำนวน 6 คน มาแยกเซลล์เม็ดเลือดแดงและทำปฏิกิริยาสลับกันไปมา  ผลปรากฎว่าเลือดเกิดปฏิกิริยาจับกลุ่มกันตกตะกอน (Agglutination)

64

คาร์ลจึงได้สรุปผลการทดลองโดยแบ่งกรุ๊ปเลือดออกเป็น 3 หมู่คือ เอ (A) บี (B) และ โอ (O)   โดยแต่ละคนจะมีหมู่เลือชนิดใดชนิดหนึ่งและตั้งเป็นกฎเรียกว่า กฎแลนด์สไตเนอร์  (Landsteiner Law)  ต่อมาจึงได้มีการค้นพบกรุ๊ปเอบี (AB)  โดย เดส คาสติโล (DesCasterllo) และสเตอลิ (Sturli)  ดังนั้นจึงได้มีการรวบรวมกรุ๊ปเลือดทั้งหมด 4 แบบ คือ A B O และ AB  เหมือนเช่นในปัจจุบัน  และเรียกระบบกรุ๊ปเลือดแบบนี้ว่า กรุ๊ปเลือดระบบ ABO (ABO system) 

ทำนายลักษณะนิสัย

กรุ๊ปเลือดระบบ ABO  แบ่งตามชนิดของแอนติเจนซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่อยู่บนเยื่อหุ้มเซลล์ของเม็ดเลือดแดง  และแอนติบอดีที่อยู่ในพลาสมา  ซึงคนที่มีหมู่เลือดต่างกันก็จะมีแอนติเจนและแอนติบอดีที่ต่างกันด้วย

แอนติเจนที่พบอยู่บนผิวเซลล์เม็ดเลือดแดงนั้นมีด้วยกันทั้งหมด 3 ชนิด  ได้แก่ แอนติเจน A  แอนติเจน B และแอนติเจน H  ซึ่งแอนติเจน H นี้เองทีเป็นสารต้นกำเนิด (precursor) ของแอนติเจน A และ B   โดยยีน A และ B จะเป็นตัวกำหนดการสร้างเอนไซม์ transferase  ซึ่งจะทำหน้าที่ในการนำน้ำตาลไปติดที่ผิวของเซลล์

ยีน A จะกำหนดให้มีการสร้างเอนไซม์  A- transferase  ซึ่งจะทำปฏิกิริยากับแอนติเจน H ได้เป็นแอนติเจน A  ส่วน ยีน B จะกำหนดให้มีการสร้างเอนไซม์ B- transferase  ซึ่งจะไปทำปฏิกิริยากับแอนติเจน H ได้เป็นแอนติเจน B

71

ดังนั้นที่ผิวเซลล์เม็ดเลือดแดงของคนหมู่เลือด A จะพบแอนติเจน A และ แอนติเจน H  ส่วนคนหมู่เลือด B จะพบแอนติเจน B และ แอนติเจน H   คนหมู่เลือด AB จะมีทั้งแอนติเจน A แอนติเจน B และแอนติเจน H  และคนหมู่เลือด O   จะพบแต่เพียงแอนติเจน H เท่านั้น เพราะเนื่องจากไม่มีเอนไซม์ A- transferase  และ B- transferase  นั่นเอง

ทั้งนี้แอนติเจน H จะถูกควบคุมโดยยีน H และ ยีน h  โดยผู้ที่มียีนแบบ HH  หรือ Hh จะกำหนดให้มีแอนติเจน H บนผิวของเม็ดเลือดแดง   ส่วนยีนแบบ hh  จะกำหนดให้ไม่มีแอนติเจน H บนผิวเม็ดเลือดแดง ซึ่งจะทำให้คนนั้นไม่มีทั้งแอนติเจน A หรือแอนติเจน B ไปด้วย   แม้ว่าจะมีลักษณะยีนที่อยู่ภายใน (จีโนไทป์) เป็นแบบ  AA, AO, BB, BO, หรือ AB ก็ตาม

ดังนั้นหากนำเลือดของคนที่มียีนแบบ hh ไปตรวจ  จะพบว่าไม่เกิดการทำปฏิกิริยาจับกลุ่มตกตะกอนกับหมู่เลือดอื่น  ทำให้ดูเหมือนว่า  คนๆ นั้นมีหมู่เลือด O  ซึ่งเราเรียกผู้ที่มีลักษณะเช่นนี้ว่า  โอบอมเบย์  (O Bombay)  เนื่องจากมีการค้นพบหมู่เลือดนี้เป็นครั้งแรกที่บอมเบย์  ประเทศอินเดีย

MNewsImages_130011

ทั้งนี้การค้นพบระบบเลือด ABO  นับว่ามีประโยชน์เป็นอย่างมากเพราะทำให้เกิดความปลอดภัยต่อการให้เลือดผู้ป่วยมากยิ่งขึ้น  โดยหลักการให้เลือดนั้น  ผู้ให้เลือดต้องไม่มีแอนติเจนที่ตรงกับแอนติบอดีของผู้รับ  เพราะหากแอนติเจนของผู้ให้เลือดตรงกับผู้รับแล้ว  เลือดจะเกิดจากจับกลุ่มกันตกตะกอนได้

ดังนั้นผู้ที่มีหมู่เลือด A และ B จึงไม่สามารถให้และรับเลือดแก่กันได้   เนื่องจากมีแอนติเจนตรงกับแอนดิบอดีตรงกัน  ส่วนผู้ที่มีหมู่เลือด AB  สามารถรับเลือดได้ทุกหมู่  เนื่องจากไม่มีแอนติบอดีต่อหมู่เลือดอื่น เราจึงเรียกหมู่ AB ว่า ผู้รับสากล (universal receivers)  ในทางตรงข้ามผู้ที่มีหมู่เลือด O ก็จะเป็นหมู่ที่สามารถให้เลือดแก่หมู่เลือดอื่นได้ทั้งหมด  เราจึงเรียกหมู่นี้ว่า ผู้ให้สากล (universal  donors) 

ยกเว้นหมู่โอบอมเบย์ ซึ่งไม่สามารถให้และรับเลือดจากหมู่อื่นได้  ยกเว้นหมู่บอมเบย์ด้วยกันเท่านั้น  เนื่องจากหมู่เลือดโอบอมเบย์  ไม่มีแอนติเจน H  ซึ่งเป็นแอนติเจนที่มีในหมู่เลือดอื่น  ดังนั้นจึงเกิดปฏิกิริยาต่อต้านกับเลือดหมูอื่น ๆ ที่ไม่ใช่โอบอมเบย์ด้วยกัน

70

อย่างไรก็ตามการค้นพบระบบหมู่เลือด ABO ของคาร์ล แลนด์สไตเนอร์  นับว่าเป็นการสร้างคุณประโยชน์ให้กับวงการแพทย์เป็นอย่างมาก  เพราะทำให้การให้เลือดแก่ผู้ป่วยประสบความสำเร็จ  คาร์ล แลนด์สไตเนอร์ จึงได้รับรางวัลโนเบลในปี ค.ศ. 1930 สาขาสรีรวิทยาหรือแพทยศาสตร์

67

นอกจากนี้แล้วทางสหพันธ์สภากาชาดสากล (International Federation of Red Cross and Red Crescent), องค์การอนามัยโลก (World Health Organization), The International Federation of Blood Organization และ The International Society of Blood Transfusion   ยังได้กำหนดให้ วันที่ 14 มิถุนายน ของทุกปีเป็น วันผู้บริจาคโลหิตโลก (World Blood Donor Day)  เพื่อเป็นเกียรติให้ระลึกถึง คาร์ล แลนด์สไตเนอร์  ผู้ค้นพบระบบหมู่เลือด ABO เป็นครั้งแรกของโลกอีกด้วย

ข้อมูลดีๆจาก…วิชาการดอทคอม
อ้างอิง
– สภากาชาดไทย  http://www.redcross.or.th/
– http://th.wikipedia.org/wiki/หมู่โลหิต
– ธนาคารเลือด รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ  http://www.bloodbank-tu.com
– สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) สาขาชีววิทยา  http://biology.ipst.ac.th

ความเห็น
  1. Titima Sringam พูดว่า:

    บทเรียนของอาจารย์เยี่ยมทุกเรื่องค่ะ
    ขอบคุณค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s